เลี้ยงสุนัขง่ายๆใน 9 ขั้นตอน

ผู้เขียน bokijung on Sunday, 20 September 2009

ถ้าคุณกำลังคิดที่จะเริ่มเลี้ยงสุนัข คำถามแรกๆในใจของทุกคนจะเป็นเสียงเดียวกันคือจะต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ความพร้อม ทั้งในเรื่องการให้เวลาในการดูแลเอาใจใส่กับสุนัข, สถานที่เลี้ยง, จุดประสงค์ในการเลี้ยง เช่น นำมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่น หรือ เลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าบ้าน เพราะหากคุณต้องการนำสุนัขมาเลี้ยงเพื่อแก้เหงาและเป็นเพื่อนเล่น ก็ควรจะเลือกสุนัขพันธุ์ที่ใจดี ขี้เล่น อย่างเช่นพันธุ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ หรือ ลาบาดอร์ รีทีฟเวอร์ แต่หากบ้านคุณไม่มีพื้นที่มากพอที่จะเลี้ยงสุนัขตัวใหญ่ ก็อาจจะมองหาพันธุ์เล็กแทน เช่น พุดเดิ้ล ชิสุห์ หรือ บีเกิ้ล แต่การจะเลี้ยงสุนัขสักตัวนั้น คุณจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของมัน เพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์ย่อมมีนิสัยที่แตกต่างกันออกไป และเพื่อการเลือกสุนัขให้เหมาะสมกับผู้เลี้ยงมากที่สุด ผู้เลี้ยงจึงควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1. ขนาดของสุนัข

สุนัขมีด้วยกันมากกว่า 400 สายพันธุ์ ในเมืองไทยเรามีการนำเข้าสุนัขต่างจากประเทศน่าจะอยู่ประมาณ
30 - 40 สายพันธุ์ โดยเราจะแบ่งออกสุนัขตามขนาดแบบง่ายๆ เริ่มจาก

- ขนาดเล็ก คือ size S ซึ่งมีด้วยกันหลายสายพันธุ์ น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม อย่างพันธุ์ยอร์คเชีย เทอเรีย พันธุ์ชิวาวา พันธุ์มิเนียเจอร์ พินเชอร์ พันธุ์ชิห์สุ สุนัขสายพันธุ์เล็กก็เหมาะสมกับบ้านขนาดเล็กและเหมาะกับผู้ใหญ่เลี้ยง มากกว่าเด็กเลี้ยงเพราะรูปร่างที่เปราะบางและมีโอกาสบาดเจ็บได้ง่าย ต้องอาศัยคนคอยทะนุถนอมถึงจะเลี้ยงได้ดี

- ขนาดปานกลาง size M สุนัขน้ำหนักอยู่ระหว่าง 11-20 กิโลกรัม สุนัขในกลุ่มน้ำหนักตัวขนาดนี้ก็มีมากมายเลยทีเดียว อย่างพันธุ์อิงลิช คอกเกอร์ สเปเนียล พันธุ์บัสเซท ฮาวน์ด พันธุ์ปั๊ก พันธุ์บอสตัน เทอเรีย พันธุ์เฟรนด์ บลูด๊อก สุนัขในกลุ่มนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย มีความอดทนแข็งแรงมากขึ้นและสามารถเลี้ยงกับเด็กๆ ได้ เหมาะสมกับบ้านขนาดเล็กอย่างทาวน์เฮาส์ หรือตึกห้องแถว

- ขนาดใหญ่ size L สุนัขน้ำหนักตัวระหว่าง 21 -45 กิโลกรัม สุนัขในกลุ่มน้ำหนักตัวขนาดนี้เป็นสายพันธุ์ที่นิยมในบ้านเรามากที่สุด เช่น พันธุ์โกลเดน รีทีฟเวอร์ พันธุ์ลาบราดอร์ รีทีฟเวอร์ พันธุ์ร๊อทไวเลอร์ พันธุ์เยอรมัน เชพเพริด สายพันธุ์ในกลุ่มเหล่านี้เหมาะกับประโยชน์หลายๆ อย่าง ตัวโตน่าเกรงขาม ตัวโตน่ากอด ดีใจและมีระเบียบ ทำงานได้แทนคน เหมาะสมกับบ้านที่มีพื้นที่

- ขนาดยักษ์ size XL สุนัขน้ำหนักตัวระหว่าง 46 กิโลกรัมขึ้นไป สายพันธุ์ที่มีให้เห็นในบ้านเราอย่าง พันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด พันธุ์เกรทเดน พันธุ์ฟิล่า บราซิลเรโล พันธุ์นโปเลียน มัสตีฟ สุนัขกลุ่มนี้ตัวใหญ่โตมากทีเดียว เหมาะสมกับบ้านที่กว้างมาก เป็นทุ่ง เป็นฟาร์ม หรือเป็นโรงงาน

2. ชนิดของขนสุนัข

ขนของสุนัขมีด้วยกันมากมายหลายประเภท เริ่มตั้งแต่ขนสั้นเตียนกำมะหยี่ ขนสั้นธรรมดา ขนลวดและขนยาวเป็นเส้นไหม ขนยาวสองชั้น ที่ต้องสนใจและต้องคิดเพราะสุนัขจะสวยหรือไม่ก็ต้องมาดูที่ขนกันนี่ล่ะ และถ้าอยากให้สุนัขสวยเราก็ต้องมีทั้งเวลาที่จะดูแลสุนัข ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะสอดคล้องกับนิสัยของเราด้วย เช่น ถ้าเป็นคนง่ายๆ สบายๆ เลี้ยงสุนัขพันธุ์ขนสั้นตัวโตอย่าง ลาบราดอร์ รีทีฟเวอร์ ถ้าชอบสุนัขตัวเล็กขนสั้นก็อย่างพันธุ์บีเกิ้ล ชอบพันธุ์ขนลวดก็พูเดิ้ล มีให้เลือกทุกขนาด นอกจากนี้ก็ยังมีพันธุ์ชเนาเซอร์ พวกขนยาวตัวเล็กอย่างชิห์สุ มอลทีส ยอร์กเชีย เทอเรีย ส่วนพวกขนเตียนก็อย่างดัลเมเชียน บอกเซอร์ โดเบอร์แมน ชาร์ไป่ ไม่มีขนให้วุ่นวายก็พันธุ์ ไชนิส เครส ข้อที่ควรทราบอย่างหนึ่งคือยิ่งเราเลี้ยงสุนัขพันธุ์ที่มีขนยาวเท่าไหร่ เราจะต้องมีเวลาในการดูแลรักษาขนของสุนัขมากเคุณั้นเพราะฉะนั้นโปรดคิดดูให้ ดีว่าเรามีเวลาหรือไม่

3. นิสัยใจคอของสุนัข

สุนัขเป็นสัตว์ที่มนุษย์เราทำการผสมพันธุ์คัดสายพันธุ์เพื่อให้มาอยู่กับเรา อย่างเหมาะสมที่สุด คนเรายังมีนิสัยใจคอต่างกัน แต่สำหรับสุนัขถ้าเป็นสายพันธุ์นี้จะมีนิสัยโดยรวมเป็นอย่างนี้เราสามารถ ทำนายได้อย่างแม่นยำ ด้วยเหตุนี้ก่อนที่เราจะเลือกเอาสุนัขไปเลี้ยงเราก็ต้องมาทราบลักษณะนิสัย ของสุนัขพันธุ์ที่จะเลี้ยงก่อน พันธุ์ไหนใจดี พันธุ์ไหนชอบเด็ก พันธุ์ไม่ชอบเด็ก พันธุ์ดุ พันธุ์ไหนมีระเบียบวินัยมาก สิ่งเหล่านี้ล่ะที่เราต้องนำมาพิจารณาด้วย สุนัขพันธุ์ที่ใจดีชอบเด็กก็มีมากมาย เช่น พันธุ์ปั๊ก พันธุ์บีเกิล พันธุ์ชิห์สุ พันธุ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ พันธุ์ลาบราดอร์ รีทีฟเวอร์ พันธุ์ที่นิ่งๆ เฉยๆ ชอบอยู่เงียบคนเดียว อย่าง พันธุ์เชาว์ เชาว์ พันธุ์ชาร์ไป่ พันธุ์ที่ดุและเป็นระเบียบวินัยสูง อย่างพันธุ์ร๊อทไวท์เลอร์ พันธุ์เยอรมัน เชพเพิร์ด พันธุ์โดเบอร์แมน

4. กิจกรรมของคุณกับสุนัขมันสอดคล้องกันไหม

อันนี้สำคัญมากเช่นกันเพราะสุนัขแต่ละสายพันธุ์ก็จะชอบกิจกรรมต่างกันไปตาม สายพันธุ์ ,นิสัย และตามความจำเป็นของร่างกายเค้า ซึ่งถ้าเค้าทำกิจกรรมในแต่ละวันแล้วมัน สามารถทำให้คุณมีความสุขด้วยอันนี้คงจะดีที่สุด ยกตัวอย่าง เราเลี้ยงสนัขพันธุ์เล็กอย่างชิห์สุ กิจกรรมที่สุนัขทำอาจจะเพียงนอนอยู่ใกล้ตัวคุณ ดูทีวีกับคุณ ไปไหนก็ไปด้วยออกกำลังกายกสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องเอาไปนอกบ้านเพราะสุนัขมีขนาดเล็กคุณเองก็มีเวลาเพียงแถมมีเวลาแปรงขนเพลินๆ เวลาที่นั่งใกล้ๆ กันอย่างนี้ล่ะดีเยี่ยม หรือสุนัขบางพันธุ์อย่างสุนัขพันธุ์ใหญ่อย่างโกลเด้น รีทีฟเวอร์ ผู้เลี้ยงก็ต้องทราบว่าสุนัขพันธุ์ใหญ่ควรจะได้ออกกำลังกายเพราะจะได้มี การบริหารข้อกระดูกและกล้ามเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย เพิ่มความอดทนของการทำงานของหัวใจอย่างนี้ล่ะก็เจ้าของก็ต้องพาสุนัขออก กำลังกายวิ่งเล่นกันต่อเนื่องวันหนึ่งประมาณ 20 นาที ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณไม่ชอบไม่นึกว่าจะต้องทำ สุนัขเองอาจจะอ้วนไว น้ำหนักตัวเกินมาตรฐานทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาได้

5. เวลาที่มีให้สุนัข

หัวใจของการเลี้ยงสุนัขให้ได้ดีก็คือ การมีเวลามาใส่ใจดูแลสุนัขของตนเอง สุนัขของเราเราก็ต้องสั่งสอนเค้าด้วยตนเองถึงจะดีที่สุด สุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์และรักเจ้ามาก ถ้าเราเป็นเจ้าของที่ดีมอบความรักให้สุนัขของเราอย่างจริงใจและตั้งใจ สุนัขเองก็จะมอบความรักกลับมาให้อีกมากมายหลายเท่า เวลาที่เราจะมอบความรักให้สุนัขมากน้อยกว่านี้ขึ้นกับอะไรหลายๆ อย่างเช่น เวลาที่เราต้องมาดูแลรักษาสุขภาพของสุนัขหวีขน แปรงขน แปรงฟันให้สุนัข พาจูง พาวิ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องมาจัดสรรเวลาให้สุนัขของเรา ให้ข้อสังเกตนิดว่า สุนัขพันธุ์เล็กและขนยาวจะต้องให้เวลาเอาใจใส่ในความสวย งามมากๆ อย่างถ้าเลี้ยงยอร์คเชีย เทอเรีย เลี้ยงชิห์สุ ต้องมีเวลาแปรงขน ผูกจุกทุกวัน แต่ถ้าคุณเลี้ยงพันธุ์ปั๊ก พันธุ์ชิวาวาหรือพันธุ์มิเนียเจอร์ พินเชอร์ คุณแทบไม่ต้องเสียเวลาในการจัดแปรงขน เพราะสุนัขเหล่านี้ขนสั้นจึงไม่มีปัญหา

6. การใช้ประโยชน์จากสุนัข

เราเลี้ยงสุนัขเพื่อต้องการประโยชน์อะไรจากเค้า ถ้าเพื่อนเป็นเพื่อนแก้เหงาสามารถใช้ได้ทุกพันธุ์ ถ้าเพื่อเฝ้าบ้านก็ต้องเลือกพันธุ์ที่มีสัญชาตญาณในการหวงแหนที่อยู่อาศัย และมีระเบียบวินัย เชื่อฟังคำสั่งเรา เนื้อตัวน่าเกรงขาม อย่าง พันธุ์รอทไวท์เลอร์ พันธุ์บางแก้ว พันธุ์เยอรมัน เชพเพริด ถ้าเราต้องการเลี้ยงเพื่อนเป็นคนแก่ เด็กหรือคนพิการก็พันธุ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ พันธุ์ลาบราดอร์ รีทีฟเวอร์ พันธุ์คอลลี่ ถ้าต้องให้ช่วยล่าหนูก็ต้องพวกพันธุ์ดัชชุน พันธุ์บางแก้ว

7. สถานภาพทางการเงินของผู้เลี้ยง

ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่สำคัญเช่นกันเพราะการเลี้ยงดูสุนัขเราปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู ค่าอาหาร ค่ายา ค่าสัตวแพทย์ ค่าตรวจดูแลรักษาสุขภาพ ค่าขนส่ง ถ้าเราไม่ได้ฉุกคิดก่อนเลือกเราอาจจะต้องเลี้ยงสุนัขด้วยความลำบากเพราะ สุนัขจะต้องกินอาหาร ต้องตัดขน ต้องฉีดยาตามอายุที่เหมาะสมหมุนเวียนกันไป การเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เล็กจึงประหยัดกกว่าการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่และ ถ้าเทียบในกลุ่มเดียวกันจะพบว่าการเลี้ยงสุนัขขนสั้นจะเลี้ยงง่ายและประหยัด การกว่าสุนัขขนยาวเช่นกัน

โดยเมื่อพิจารณาข้อความข้างต้นทั้งหมดแล้ว ก็คงจะพอช่วยให้คุณตัดสินใจได้แล้วว่าคุณพร้อมที่จะเลี้ยงสุนัขแล้วหรือยัง และถ้าคุณมีความพร้อมแล้ว คุณเหมาะสมที่จะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ไหน ต่อไปจะเป็นการแนะนำหลักการง่ายๆ ที่ควรพิจารณาก่อนที่จะเลือกซื้อลูกสุนัข นั่นก็คือ ลูกสุนัขที่คุณจะเลือกควรมีลักษณะนิสัยที่ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น ไม่ตึงเครียด ไม่กลัวคนแปลกหน้า ซึ่งอาการเหล่านี้บ่งบอกถึงลักษณะความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่ถ้าลูกสุนัขมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นสุนัขดื้อในอนาคตก็ได้

8.การตรวจดูลูกสุนัขก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

1) ลูกสุนัขต้องมีดวงตามีประกายแจ่มใส สีถูกต้องตามลักษณะ ไม่มีขี้ตา รวมทั้งอาการอักเสบระคายเคือง
2) ใบหูด้านในทั้งสองด้านมีสีชมพู ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีสะเก็ดซึ่งอาจเป็นเพราะมีไรหูหรือความผิดปกติอย่างอื่น
3) ผิวหนังไม่มันเยิ้มหรือแห้งเป็นสะเก็ดสุนัข ไม่มีแผลหรือก้อนนูนที่ผิวหนัง ขนแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย
4) เหงือกมีสีชมพูและไม่มีกลิ่น ฟันมีสีขาวเรียงตัวสวย ขบกันสนิทพอดี
5) บริเวณทวารหนักควรสะอาดและแห้ง ไม่มีลักษณะท้องเสียหรือมีสิ่งผิดปกติออกมาจากอวัยวะเพศ
6) เมื่อยกสุนัขขึ้นควรรู้สึกหนัก สุนัขไม่ดิ้นรน บ่งบอกว่าเป็นสุนักที่เชื่อฟังคำสั่งที่ดี

9.การประเมินนิสัยลูกสุนัข

เริ่มดูจากแม่ซึ่งสามารถบอกนิสัยของลูกได้ จากนั้นดูพฤติกรรมลูกสุนัขต่อตัวอื่นๆในครอกเดียวกัน บางตัวมีนิสัยก้าวร้าว ในขณะที่บางตัวมีลักษณะยอมจำนน ซึ่งทั้งสองประเภทอาจเป็นสุนัขที่มีปัญหาเมื่อโตขึ้น

โดยไม่ว่าจะเป็นสุนัขพันธุ์ไหนก็ตาม มันจะเป็นเพื่อนที่ดี ซื่อสัตย์กับเราและอยู่กับเราตราบเท่าชีวิตของมัน ดังนั้นผู้ที่เป็นเจ้าของสุนัข ก็ควรจะให้ความรักและความเอาใจใส่ สุนัขของท่าน คอยดูแล หมั่นอาบน้ำ แปรงขน ทำความสะอาด และตรวจสุขภาพสุนัข เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสุนัขมีสุขภาพกาย และสุขภาพทางใจที่ดี และท่านจะมีความสุขอย่างเต็มที่กับการเลี้ยงสุนัขของท่านค่ะ ^ ^

ที่มา : Petgang.com

บทความเกี่ยวข้อง