สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky)

ผู้เขียน bokijung on Sunday, 4 October 2009

ต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky) เป็นสุนัขสายพันธุ์แท้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย ในดินแดนไซบีเรีย สุนัขพันธุ์นี้ถูกคัดเลือกพันธุ์ขึ้นโดยชาวพื้นเมืองที่เรียกว่าชัคชิ (Chukchi) ซึ่งมีความพยายามที่จะนำสุนัขพันธุ์นี้มาใช้งาน เนื่องจากคุณลักษณะเด่นในด้านความแข็งแรง ความอดทนต่อสภาพอากาศอันหนาวจัด

และยังสามารถวิ่งฝ่าหิมะในระยะทางไกลๆได้ อีกทั้งยังนำไซบีเรียนมาใช้งานในการล่าสัตว์ หาอาหาร เฝ้ายาม และลากเลื่อนบนหิมะ และด้วยการพึ่งพาอาศัยกันเป็นระยะเวลายาวนานของชนเผ่าชัคชิกับสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ ทำให้ไซบีเรียน ฮัสกี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งในวัตนธรรมชนเผ่าชัคชิในที่สุด
ต่อมา ประมาณ คศ.1900 ชาวอเมริกัน อลาสก้าเริ่มได้ยินคำร่ำลือถึงสุนัขลากเลื่อนสายพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ ในแถบไซบีเรีย และเริ่มมีการนำสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ เข้าสู่ดินแดนตะวันตกผ่านทางพ่อค้ารัสเซีย ไซบีเรียน ฮัสกี้ จึงได้เริ่มมีชื่อเสียงในหมู่อเมริกันชนมากขึ้นหลังจากชนะการแข่งขันลากเลื่อนที่อลาสก้าในปี คศ.1909 ด้วยความสามารถในการลากเลื่อนบนหิมะเป็นระยะทาง  400 ไมล์ หลังจากนั้นการแข่ง สุนัขลากเลื่อนก็เป็นที่นิยมมากขึ้น โดยเป็นเจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้ ที่สามารถกวาดรางวัลชนะเลิศอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งในปี คศ.1930 Amarican Kennel Club (AKC) ก็ได้ขึ้นทะเบียนสายพันธุ์สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้

มาตราฐานสายพันธุ์

อุปนิสัย : อารมณ์ดี เป็นมิตร เข้ากับคนแปลกหน้าและสุนัขอื่นได้ง่าย มีความตื่นตัวมาก มีพละกำลังเหลือเฟือ และต้องการการออกกำลังกายสูง

ส่วนหัว : มีขนาดปานกลางสมส่วนกับลำตัว หัวกะโหลกค่อนข้างกลมเล็กน้อย หัวกะโหลกระหว่างหูจะกว้าง และเรียวลงจรดตาทั้งสองข้าง

หู : มีขนาดปานกลางมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายหูมน ใบหูหนา มีขนแน่นหูตั้ง

ตา : มีลักษณะเป็นรูปกลมรี คล้ายเม็ดอัลมอนด์ อยู่หางกันพอประมาณ ตามีสีอาจมีได้หลายสี เช่น สีฟ้า น้ำตาล ดำ อัมพัน หรือตาทั้งสองข้างอาจมีสีไม่เหมือนกัน ก็ไม่ถือว่าผิดมาตรฐานสายพันธุ์

จมูก : มีสีดำ น้ำตาลเข้ม หรือสีเนื้อสำหรับสุนัขสีขาว อาจพบเส้นสีชมพูอยู่ตรงกลาง(Snow Nose)

ดั้งจมูก : มีมุมหักพอประมาณ

ปาก : ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก ปากมีความกว้างพอประมาณ สันปากตรง โคนปากใหญ่ และเรียวลงจรดปลายจมูก ริมฝีปากตึง มีสีเข้ม

ฟัน : ขาวสะอาด แข็งแรง ขบแบบกรรไกร

ลำตัว : มีขนาดปานกลาง เส้นหลังตรงขนานกับพื้น ความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงของลำตัวเล็กน้อย

คอ : มีความยาวปานกลาง มีลักษณะโค้ง ขณะเดิน หรือวิ่ง คอจะยืดไปข้างหน้า

ลำตัวส่วนหน้า : หัวไหล่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ แข็งแรง

อก : มีลักษณะแข็งแรง อกลึกจรดข้อศอก อกมีความกว้างพอประมาณ ไม่กว้างจนเกินไป

ขาหน้า : มอง จากด้านหน้าขาหน้าทั้งสองข้างตรง ห่างกันพอเหมาะ มองจากด้านข้างข้อเท้าเอียงเล็กน้อย ท่อนขาตรง ความยาวของขาจากข้อศอกถึงพื้นจะมากกว่าความยาวจากข้อศอกถึงหัวไหล่เล็กน้อย เท้ามีลักษณะกลมรี นิ้วเท้าชิด เท้ามีขนหนาแน่น

ขาหลัง : ท่อนบนประกอบด้วยกล้ามเนื้อ มีกำลังมาก ข้อเท้าหลังแข็งแรง มองจากเท้าหลัง ขาหลังทั้งสองข้างตั้งตรงขนานกัน ห่างกันพอเหมาะ เท้ามีลักษณะกลมรีนิ้วเท้าชิด เท้ามีขนหนาแน่น

หาง : ตำแหน่งหางค่อนข้างต่ำ ขนเป็นพวง หางมักจะยกสูงโค้งเล็กน้อย หางไม่บิดเอียงไปทางซ้ายหรือขวา ขนหางต้องฟูแน่น คล้ายสุนัขจิ้งจอก

ขน - สี : ขนมี 2 ชั้น ขนชั้นในนุ่ม ขนชั้นนอกแข็งแนบชิดผิวหนังกันน้ำได้ ขนมีหลายสี ตั้งแต่สีดำหรือขาวล้วน

ขนาด : เป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลาง

น้ำหนัก : เพศผู้หนักประมาณ 45 - 60 ปอนด์ เพศเมียหนักประมาณ 35 - 50 ปอนด์

ส่วนสูง : เพศผู้สูงประมาณ 21 - 23.5 นิ้ว เพศเมียสูงประมาณ 20 - 22 นิ้ว

การเดิน - วิ่ง : เดินย่างก้าวเบา แต่มีพลัง ว่องไว คล่องตัวสูง ดูสง่างาม

ข้อบกพร่อง : หูใหญ่ หูตก หางม้วนมาก

ที่มา :  sanook.com

บทความเกี่ยวข้อง