4 ยุทธการ คลายร้อน ให้น้องหมาตัวโปรด

ผู้เขียน bokijung on Friday, 30 April 2010

บทความโดย : น.สพ.ธานินทร์ สันติวัฒนธรรม
เรียบเรียงโดย : น.สพ.ชูศักดิ์ เชาวน์วิวัฒน์
สถานพยาบาลปฏิญญาสัตวแพทย์ 081-739-0937 (09.00-19.00น.)

001

เมื่อสุนัขตัวร้อนเราจะทำยังไงกันบ้าง

พูดถึงสุนัขตัวร้อนแล้ว หลายท่านอาจบอกว่าไม่เป็นไร เดี๊ยวไปกินหญ้า กินตะไคร้ก็หาย จริง ๆแล้ว
ไม่เป็นอย่างนั้นเพราะสุนัขตัวร้อนอาจป่วยลุกลามรุนแรงขึ้นได้ เช่น เป็น โรคตับอักเสบ ปอดบวม เป็นต้น

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าอุณหภูมิของสุนัขปกติเท่าไหร่ เหมือนกับคนหรือไม่ อุณหภูมิของสุนัขนั้น
อยู่ที่ 100.5-102.5?องศาฟาเรนไฮท์ ซึ่งสูงกว่าของคนเล็กน้อย(98.6 องศาฟาเร็นไฮท์) ถ้าสุนัข
มีอุณหภูมิ 103 องศาฟาเร็นไฮท์ ขึ้นไปแสดงว่ามีไข้แล้ว ถ้าตัวร้อนมากขึ้น อันตรายต่อสุนัขก็มีเพิ่มขึ้น
เป็นเงาตามตัว

อุณหภูมิ?(ฟาเรนไฮท์) อันตรายที่มีต่อสุนัข
100.5-102.5 ปกติดี
103 ไข้ปานกลาง
104 ไข้สูง
105 ไข้สูงมาก
106 อันตรายโคม่า
107 สมองถูกทำลาย
108.5 ตายแน่

(ตั้งแต่ 103 ขึ้นไป ต้องพาไปหาหมอ)


แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขมีไข้

จากที่บอกแสดงว่าอุณหภูมิปกติของสุนัขนั้นสูงกว่าคน ดังนั้นเวลาเราเอามือไปจับตามหัวตามตัวและ
บริเวณใต้ท้องบริเวณขาหนีบนั้นเราจะรู้สึกร้อนเนื่องจากเราตัวเย็นกว่าสุนัข ทางที่ดีควรใช้ปรอทวัดไข้
จะดีที่สุด แต่จะต้องวัดด้วยวิธีพิเศษ การวัดไข้สุนัขนั้นจะวัดผ่านทางทวารหนักหรือวัดที่ก้นนั่นเอง

ปรอทวัดไข้ของสุนัขโดยเฉพาะนั้น เมืองไทยไม่มีขาย แต่ขอแนะนำให้ใช้ปรอทวัดไข้ของเด็กแทน
เนื่องจากมีขนาดเล็กและรูปร่างค่อนข้างกลม

วิธีวัดไข้สุนัขทำได้ง่ายๆดังนี้

1. สลัดปรอทวัดไข้ให้ปรอทอยู่ข้างในลดระดับลงต่ำที่สุด สลัดซัก 2-3 ครั้ง ระวังอย่าให้ปรอทหลุดมือไป

2. ใช้มือจับหางสุนัขยกขึ้นแล้วเสียบปรอทเข้าไปในรูทวารหนักประมาณ 1-1.5 นิ้ว ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาทีแล้วชักออก

3. ใช้กระดาษทิชชู่หรือสำลีเช็ดคราบอุจจาระออกแล้วอ่านอุณหภูมิ ถ้าเกิน 103 องศาฟาเร็นไฮท์ ควรนำส่งสัตวแพทย์

ถ้าหากสุนัขมีอุณหภูมิสูงไม่มาก เรามี 4 ยุทธการในการดับพิษร้อน ถอนพิษไข้สุนัขตัวโปรดดังนี้

ยุทธการที่ 1 : เช็ดตัวลดไข้

ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น บิดพอสุนัขดๆ เช็ดตามตัวสุนัขโดยเฉพาะตามท้องสุนัข ทำทุกๆ 2-3 ชั่วโมงจนไข้ลด


002

วัดความร้อนด้วยปรอททางทวารหนัก

ยุทธการที่ 2 : ห่อหุ้มด้วยผ้าเย็น

ควรใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็น ห่อหุ้มตัวไว้ สุนัขส่วนใหญ่จะรู้สึกสบายตัวขึ้นระวังอย่าใช้พัดลมโกรก เพราะจะทำให้ปอดบวมได้

003

ห่อหุ้มด้วยผ้าเย็น และเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นบ่อยๆ

ยุทธการที่ 3 : เติมน้ำกินอย่าให้พร่อง

สุนัขมีไข้จะมีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำง่าย จึงจำเป็นต้องเตรียมน้ำกินให้พร้อม บางครั้งอาจจะให้กินน้ำแข็งก้อนก็ได้ ซึ่งสุนัขบางตัวก้ชอบกินน้ำแข็ง

004

เติมน้ำดื่มให้สุนัขเต็มตอดเวลา อย่าให้ขาด

ยุทธการที่ 4 : กินยาลดไข้

ถ้าท่านลองมา 3 ยุทธการแรกแล้ว ยังไม่สามารถดับพิษร้อน ถอนพาไข้ให้สุนัขของท่านได้แล้วล่ะก็
กรณีนี้อาจจะต้องให้ยาลดไข้?แต่ขอแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้ยาเป็นดีที่สุด ไม่ควรกินยา
ลดไข้จำนวนมาก หรือ ต่อเนื่องเกิน 3 วัน โดยเฉพาะแมวเป็นสัตว์แพ้ พาราเซตามอลกินแล้วถึงตาย
ทางที่ดีปรึกษาคุณหมอดีที่สุด

005

วิธีสุดท้ายต้องทานยาแก้ไข้ โดยปรึกษากับสัตวแพทย์ทุกๆครั้ง

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.udclick.com/home1/index.php?option=com_content&task=view&id=70293&Itemid=134021

บทความเกี่ยวข้อง